สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จว.พ.ล.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ แล้วทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะ พระรูปพระสุพรรณกัลยา
 
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ ๓ ที่ได้ปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑ์เดิม ในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สมบูรณ์ ทันสมัยตามหลักสากล มีคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กองทัพภาคที่ ๓ กับสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ออกแบบ จัดทำเนื้อหา และแสดงนิทรรศการลำดับเหตุการณ์ตามยุคสมัย แบ่งการจัดแสดงได้ ๓ ห้อง ได้แก่ ห้องวีรราชากรุงศรีอยุธยา-ธนบุรี แสดงเรื่องบูรพมหากษัตริย์ไทย ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, ห้องรัตนโกสินทร์ แสดง พระราชประวัติบูรพมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี และห้องเกียรติประวัติกองทัพภาคที่ ๓ แสดงประวัติการก่อตั้งกองทัพภาคที่ ๓ ที่กำเนิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้ทันท่วงทีมี พลโท ประพันธ์ กุลพิจิตร ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ ๓ คนแรก เมื่อปี ๒๕๐๑ ปัจจุบันมี พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ เป็น แม่ทัพภาคที่ ๓ คนที่ ๓๘
 
จากนั้นไปทอดพระเนตร "โครงการสวนผักกินฟรี กินดีปลอดภัย" ซึ่ง กองทัพภาคที่ ๓ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๖๖๑ เพื่อน้อมนำ
แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมในค่ายทหาร
เป็นตัวอย่างของการปลูกผักปลอดสารเคมีให้กับชุมชนรอบค่าย และหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งให้กำลังพลและครอบครัว มีผักที่สะอาดปลอดภัยไว้รับประทาน ซึ่งมีต้นแบบจากโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ เกษตรอินทรีย์ ที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยจัดสรรพื้นที่ปลูกผักสวนครัวและผักพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ อาทิ ผักเชียงดา จิงจูฉ่าย ตะไคร้หอม และอัญชัน รวมทั้งเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน ซึ่งกำลังพลและครอบครัวสามารถนำไปประกอบอาหารได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ให้นำขยะที่รีไซเคิลได้มาแลก เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในค่ายฯ ด้านงานปศุสัตว์ ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ยืนกรงตะกร้าบนต้นไม้, เลี้ยงไส้เดือนพันธุ์แอฟริกันไนท์ ครอเลอร์ ซึ่งเลี้ยงง่าย และให้ปุ๋ยอินทรีย์ในปริมาณค่อนข้างสูง, ขุดบ่อเลี้ยงกุ้งฝอยและหอยขม
 
นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมให้กำลังพลสารวัตรทหารหญิงในสังกัด ที่กลับจากการไปปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภายใต้ เปิดร้านกาแฟสวัสดิการ
ภายในค่ายฯ เพื่อเผยแพร่ความรู้การทำกาแฟ โรตี และชาชัก ที่ได้มาจากการไปปฏิบัติหน้าที่แก่กำลังพลรายอื่น และครอบครัว รวมทั้งนำผลิตภัณฑ์
จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายในร้าน อาทิ คุกกี้และชาจิงจูฉ่าย และกล้วยตาก ที่ผลิตในโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจก ซึ่งเป็นการอนุรักษ์พลังงาน รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จะนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินโครงการฯ
 
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ ๓ ได้สนองพระราชดำริจัดตั้งโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ในพื้นที่ค่ายทหารทั้ง ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ โดยส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ในหน่วยทหาร เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้แก่กำลังพลและประชาชนที่สนใจ ทั้งด้านการเกษตร พืชผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการต่อยอดความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านในด้านพืชสมุนไพร ที่ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรไทยกว่า ๓๐๐ ชนิด เพื่อให้กำลังพลและประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ สามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคในครัวเรือน และจำหน่ายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง